โดยหลักๆ แล้ว ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยจะมีดังต่อไปนี้
โรคทางพันธุกรรม จากพ่อแม่สู่ลูกที่ต้องระวัง ไวรัสโรต้า วายร้ายใกล้ตัว ที่พ่อ-แม่ต้องระวัง การสวมหน้ากากอนามัยในเด็ก โรคไตในเด็ก เรื่องไม่เล็กที่พ่อแม่ควรรู้ นอนกรน อันตรายแค่ไหน?
หน้าแรกภาวะการเจ็บป่วยและการรักษาภาวะการเจ็บป่วยอาการนอนกรน อาการนอนกรน
ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต: ลดน้ำหนัก, หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ เปลี่ยนท่านอน
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้มีอาการนอนกรนคืออะไร?
สามารถสังเกตได้จากเสียงกรน และอาการร่วม ดังต่อไปนี้
การนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาที่สร้างความรำคาญ แต่ยังอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้
คนที่มีอายุมากขึ้นยิ่งเสี่ยงมีอาการนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับเพิ่มขึ้น
รักษาโรคร่วมที่อาจเป็นสาเหตุ เช่น ภูมิแพ้จมูก ไซนัสอักเสบ โรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
บริการ ค้นหาแพทย์ ศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง แพ็กเกจ มาตรฐานการรักษา ข้อมูลสำหรับการใช้บริการ บริษัทคู่สัญญา ข้อมูลการเข้ารับบริการผู้ป่วยใน ห้องพักผู้ป่วย สิ่งอำนวยความสะดวก คำถามที่พบบ่อย เกี่ยวกับเรา ความเป็นมา กิจกรรมเพื่อสังคม รางวัลและการรับรอง ร่วมงานกับเรา ติดต่อเรา แผนที่
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ข้อนี้ทุกท่านควรทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะนอนกรนหรือไม่ก็ตาม การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อในช่องทางเดินหายใจมีความแข็งแรงขึ้น ทำให้ขณะที่นอนหลับกล้ามเนื้อต่างๆ ในช่องคอ จะได้ไม่หย่อนลงมาขวางช่องทางเดินหายใจของเราได้
เด็กที่นอนกรน ส่วนใหญ่มักเป็นการนอนกรนแบบธรรมดา ไม่มีอันตรายใดๆ แต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจนะครับ เพราะเด็กบางคนอาจพบว่ามีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วยก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเป็นกรณีนั้น จะมีผลเสียต่อการพัฒนาการ click here ทั้งร่างกายและสมอง ของเด็กเป็นอย่างมากครับ
นอนกรน คือการส่งเสียงดังขณะนอนหลับ การนอนกรนที่เสียงดังและรบกวนการนอนอาจเป็นข้อบ่งชี้ของภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะนอนหลับ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ ตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคซึมเศร้า
นอนกรนดังมากเป็นประจำ จนเกิดความรำคาญต่อผู้ที่นอนร่วมด้วย